SEP Story

ประสบการณ์การฝึกงานที่ Sea ของ ‘จ๊าบ - พิสิษฐ์ จุไรสินธุ์’October 30, 2017


ช่วยแนะนำตัวหน่อยได้ไหม?

“สวัสดีครับ ผมชื่อจ๊าบ พิสิษฐ์ จุไรสินธุ์ กำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับน้องปี 2 หรือปี 3 ที่สนใจอยากฝึกงาน หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์ให้ไม่มากก็น้อยครับ”


จุดเริ่มต้นในการฝึกงานของเป็นอย่างไร? แล้วพอได้ฝึกงานแล้วใช่เส้นทางที่ค้นหาไว้หรือไม่?

“จุดเริ่มต้นคงต้องย้อนกลับไปในวันที่ได้มีโอกาสไป Company Visit ที่บริษัท Garena หรือปัจจุบันคือบริษัท Sea ที่ได้ไปเรียนรู้ถึงความเป็นมาของบริษัท ธุรกิจหลักที่ดำเนินการ ได้รู้จัก Culture และบรรยากาศในการทำงานของผู้คนที่นี่ มันเป็นอะไรที่น่าหลงใหลมากครับสำหรับตัวผมที่สนใจธุรกิจ Startup ได้มีโอกาสไปเห็น Startup ที่กำลังสร้างขึ้นมาใหม่ก็เยอะ แต่ก็ยังคงมีความอยากรู้อยากเห็นสำหรับ Startup ที่ใหญ่ขึ้น ที่ประสบความสำเร็จแล้วว่าจะเป็นอย่างไร หลังจากที่ได้ไป Company Visit แบบ Exclusive มานี้ ถ้าพวกคุณได้มาลองสัมผัสบรรยากาศแบบผมบ้างก็คงตัดสินใจได้ไม่ยากเลยล่ะครับ”

“โดยสำหรับใครที่อยากจะฝึกงานบริษัทที่เป็นในรูปแบบของความเป็น Corporate และมีความเป็น Startup ไปในตัว มีรูปแบบของงานที่ท้าทาย ได้ลองผิดลองถูกจริง ๆ ได้ลองทำงานในสิ่งที่เราไม่เคยลองมาก่อน และพร้อมที่จะเรียนรู้ช่วยกันหาไอเดียในการทำสิ่งใหม่ ๆไปด้วยกันกับทีม ที่นี่อาจจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับชีวิตในการฝึกงานก็ว่าได้ แต่เพื่อเพิ่มอรรถรสเดี๋ยวผมจะเล่าประสบการณ์ดี ๆ ตลอดทั้ง 10 อาทิตย์ให้ฟังครับ”

1. “แค่วันแรกก็ตื่นเต้นแล้ว”

“ลองคิดภาพดูนะครับว่าแต่ละคนที่เข้ามานั้นมีความสามารถที่โดดเด่นแตกต่างกันไป แล้วถ้าที่แห่งนี้ได้เป็นที่ที่สามารถทำให้เราสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปซึ่งกันและกันได้คงจะดีมากแค่ไหนกัน และหลังจากได้ทำความรู้จักเพื่อน ๆ ก็ถึงเวลาที่จะเข้าไปหา Supervisor โดยตัวผมได้ทำในแผนกของ APC (AirPay Counter) ในตำแหน่ง Project Associate ซึ่งตัวถือว่าตัวโปรเจ็กต์ของผมเป็นด้าน E - Payment ที่ตอบโจทย์ได้ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุค Cashless Society และเป็นเหมือนการไปวางระบบโดยการนำแอปพลิเคชั่นที่สามารถใช้ได้ในสมาร์ทโฟนไปให้ร้านค้า และเป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัวให้กับร้านค้าโชห่วย หรือร้านค้าข้างทางต่างๆ ให้สามารถบริการลูกค้าโดยสามารถเติมเงินมือถือออนไลน์ได้ เติมเงินเกม และชำระบิลค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ ”

“โดยงานแรกที่ผมได้รับมอบหมายจาก Supervisor นั้นเป็นงานที่ต้องดู Report ของโปรเจ็กต์เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการลงพื้นที่ ซึ่งบทเรียนแรกหลายคนจะคงจะเดาได้ครับว่ามันกว้างมาก ๆ อยู่ที่ตัวเราเองว่าเราศึกษามันแล้วจะออกมาในรูปแบบไหน แต่สิ่งที่ทำให้ผมได้เรียนรู้หลัก ๆ ในช่วงนั้นเลยจริง ๆ คือการที่ตัวเรานั้นต้องเริ่มที่จะเป็นคน ‘Proactive’ เพราะที่นี่ทุก ๆ คนพร้อมที่่จะช่วยหรือให้คำแนะนำเราครับ ขอแค่เรากล้าที่จะเรียนรู้ พยายามอย่าไปรอให้คนอื่นมาสอนมาป้อนความรู้ให้เรา เพราะที่นี่โตไปได้ไวและเร็วจากการที่มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เนี่ยแหละครับ ต้องสามารถโตไปด้วยตัวเองได้ และต่อมาก็อาจจะเป็นการที่เราได้ไปลงพื้นที่จริง ๆ นี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกโชคดีในการเป็น Intern ของที่นี่มากครับ เพราะบริษัทกล้าให้เด็ก Intern อย่างผมออกไปเจองานที่ท้าทายแบบนี้โดยในการลงพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ มันทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่างเริ่มจากการที่ต้องเตรียมคำถามในสิ่งที่เราอยากจะศึกษาหรืออยากจะเรียนรู้จากพนักงานที่ทำอยู่ในพื้นที่ ๆ นั้นจริง ๆ การลงไปคุยกับลูกค้าของเราเพื่อให้ได้ข้อมูลหรือไอเดียดี ๆ ที่จะเอากลับมาพัฒนาตัวโปรเจ็กต์ของเราให้ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการได้ ‘Hands on Experience’ มาก ๆ เลยครับ โดยนอกจากการที่ได้ลงไปดูงาน ไปเรียนรู้ในตัวโปรเจ็กต์ที่ผมทำมากขึ้นนั้น สิ่งที่นอกเหนือที่ได้มามันคือการที่เราได้พูดคุยกับพนักงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมองความคิด ได้เรียนรู้จักโลกของความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นจากพวกพี่ ๆ เขา และการที่พี่ ๆ ทุกคนก็ยินดีที่จะรับฟังความเห็นหรือข้อเสนอแนะของผม ที่ในภายหลังได้นำไปปรับใช้จริง ๆ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพียงแค่เด็ก Intern คนนึงครับรู้สึกว่าประทับใจใน Culture ที่นี่มาก ๆ เลยครับ”

“แล้วที่เล่ามาได้ทำแบบนี้จริงๆ เหรอ? ไม่ผิดแน่ครับเพราะนี่คงเป็นหน้าที่หลักในการฝึกงานของผมเลยก็ว่าได้สำหรับสิ่งที่ได้รับมอบหมายเพราะเป็น ‘Project Associate’ การทำงานนั้นที่ขาข้างนึงต้องอยู่กับผู้บริหารของเรา กับอีกข้างก็คือทีม Sales ที่เราต้องคอยสร้างผลงานไปด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แล้วจะมีทางไหนมั้ยนะที่จะทำให้ทั้ง 2 ทางไปด้วยกันและไปได้ไกล ซึ่งความสนุกของมันก็คือการที่มันไม่มีอะไร Perfect ไปทุกเรื่องหรอกครับ แต่เป็นในสิ่งที่เราช่วยกันคิดช่วยกันพัฒนาไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดที่ผมได้ไปลงพื้นที่ในหลายๆ บริเวณจนตกตะกอนทางความคิด ทำให้นี่เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ผลักดันผมให้ Add Value ของงาน ณ ที่แห่งนี้ นี่เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่า Supervisor ของผมได้สอนให้ผมได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยจะข้อสรุปเป็นขั้นตอนคร่าวๆจากที่ตัวผมได้ทำการ Reflect มานะครับ”

“เริ่มต้นจากการที่ (1.) ได้ฝึกวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเองนำไปสู่ (2.) การได้ลองไปสำรวจดูพื้นที่จริงๆ ได้ลงไปลองทำงานเองจริงๆ ทำให้ได้เห็นภาพของตัวโปรเจ็กต์กว้างมากยิ่งขึ้น (3.) รวบรวม Feedback ทั้งข้อดีและข้อเสียจากการไปสำรวจดูพื้นที่ และรวบรวมข้อมูลออกมานำเสนอเป็น Proposal ให้กับ Supervisor ของผม (4.) ได้รับ Feedback จาก Supervisor กลับมาซึ่งต้องบอกเลยครับว่าสำหรับผม Feedback อันนี้ถือเป็นการที่ทำให้เราเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมากที่ทำให้เราเรียนรู้ว่าในมุมมองของพวกผู้บริหารเขามองอย่างไรกับสิ่งที่เราทำใน Proposal ที่เสนอไป ทำให้ในครั้งต่อๆไปตัวผมเองก็สามารถที่จะทำได้อย่างตรงจุดและเพิ่มมุมมองในการออกแบบ Proposal ให้ดีมากขึ้นด้วยก่อนส่งไปให้ตัว Supervisor ครับ เป็นเหมือนการได้เรียนรู้การเขียนจดหมายถึงคนระดับสูงๆในบริษัท และที่สำคัญสุดๆคงจะเป็นข้อนี้ครับ (5.) การนำสิ่งที่เราคิดมาไปสร้าง Impact จริงๆให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้นทั้งจากตัวผมเองและทีมครับ โดยขั้นนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นที่ทำให้เราได้เรียนรู้กระบวนการในการทำให้เกิดผลงานจริงๆ และก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างมากสำหรับรูปแบบความเป็น Startup ที่ใครหลายๆคนก็คงอยากจะได้เข้ามาสัมผัส”

“ถึงตอนนี้ผมคงเล่าไปหลายวันแล้วแหละครับ แต่มันคือสีสันในชีวิต Intern ที่ผมสนุกไปกับมันจริงๆ”


2. “เป็นผู้นำและผู้ตามไม่ยากอย่างที่คิด”

“ที่ตั้งชื่อเป็นแบบนี้เพราะในตำแหน่งของผมต้องมีการทำงานกับทีม Sales ที่ถ้าถามอายุก็คงจะมากกว่าผมทุกคน และนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งเลยที่ทำให้ผมรู้สึกกลัวว่าเขาจะฟังเรามั้ยนะ ? แต่เรื่องนี้ ณ ตอนได้ทำงานจริงๆ มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ผมกังวลน้อยสุดเลยแหละครับ เพราะจากการที่ผมได้ไปลงพื้นที่จริงๆ สำหรับผมแล้วมันเป็นเหมือนการไปแลกเปลี่ยนความคิด และไปเรียนรู้จากพวกเขามากกว่าครับ และในปัญหาหรืออะไรที่ผมมองเห็นแล้วสามารถนำความรู้ที่ตัวผมเองก็มีไปช่วยได้ก็จะทำและแสดงถึงความใส่ใจทุ่มเทที่อยากจะช่วยพวกเขาให้ทำผลงานให้ดีขึ้นจริงๆ เรียกได้ว่ามาฝึกงานที่นี่ Soft skill เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยละครับ ทำให้ผมสามารถที่จะพูดคุยและเรียนรู้ไปกับพวกพี่เขาได้มากขึ้นอีกระดับ และหลังจากนั้นปัญหาหรืออะไรที่อยากจะทำใหม่ให้กับโปรเจ็กต์ที่จะเป็นผลดี ผมก็มักจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพวกทีม Sales ตลอดเวลา และพยายามจะให้อยู่ในสิ่งที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบริษัทด้วย”

“แล้วประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและประทับใจอีกอย่างในการฝึกงานคือการที่ได้นำประชุมให้กับพี่ๆ ทีม Sales ที่เป็นระดับ Supervisor กับระดับ Regional Leader ถึงภาพรวมการทำงานในเดือนที่ผ่านมา ตัว KPI เป็นอย่างไรบ้าง (สำหรับโปรเจ็กต์ของผมนี้คงไม่ได้มี KPI เป็นรายปีหรอกนะครับแต่นี่เราเปลี่ยนกันทุกๆ เดือนเลย ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและสนุกไปในตัว) อะไรที่ทำได้ดีอยากจะแชร์ หรืออะไรที่มาปรับแก้ไขกันในเดือนหน้าเพื่อเพิ่มผลงานที่ดีของทุกๆคนในเดือนต่อไป ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วครับ และที่ผ่านมาด้วยดีก็เป็นเพราะ ณ ที่แห่งนี้ Culture คือการโตไปด้วยกันครับ รับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ไม่ว่าจะอายุน้อยหรือมากกว่ากันขอแค่เคารพซึ่งกันและกันผมว่าความสุขคงอยู่ไม่ไกลเอื้อม”

3. “ที่นี่เป็นเหมือนครอบครัวมากกว่าเพื่อนร่วมงานธรรมดาๆ”

“จากหัวข้อก่อนก็คงพอจะตอบคำถามในหัวข้อนี้บ้างแล้วนะครับ แต่อันนี้ผมจะเล่าในส่วนของพี่ๆ เพื่อนๆที่ทำงานกันประจำในออฟฟิต เพราะถ้าไม่มีครอบครัวนี้ตัวผมเองคงไม่ได้มีความสุข หรือได้เรียนรู้อะไรมากมายเหล่านี้อย่างแน่นอน”

“ในการจะทำงานอะไรซักอย่างยิ่งการเป็นเด็กนิสิตสำหรับบริษัทอื่นๆ ผมคงบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะเกิดขึ้นได้เร็ว แต่สำหรับที่นี้ขอแค่เรามีไอเดีย และเหตุผลซัพพอร์ตในการที่จะทำที่เพียงพอเราก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานขึ้นได้แล้ว”

“ซึ่งจะทำไม่สำเร็จเลยถ้าพี่ๆ หลายๆ คนไม่ได้ให้คำแนะนำ รวมถึงบางอย่างที่ผมอยากได้ ถ้าเป็นบางที่คงรอจนรากงอกไปแล้วแต่ที่นี้ไม่ต้องทำเรื่องรอนานขนาดนั้น ถ้ามันไม่ได้เป็นข้อมูลที่ห้ามเข้าถึงจริงๆ เราสามารถขอและนำไปทำในงานของเราได้เลย”

“รวมถึงจากที่ผมเล่าในเรื่องการมา Add Value ก่อนหน้านี้เราถือว่าได้โอกาสพิเศษอย่างมาก ตัวอย่างเช่น หากผมอยากรู้ในด้านของ Marketing จริงๆ ผมแค่เดินไปสอบถามพี่ๆ ในทีม Marketing พวกพี่เขาก็จะพยายามช่วยอธิบายช่วยสอนเราต่างๆ เป็นเหมือนการได้รับความรู้หรือสกิลเพิ่มเติมขึ้นอีก ขอแค่เรากล้าที่จะถามและกล้าที่จะลงมือทำ แต่ก็อย่าพึ่งตกใจนะครับว่า ‘เฮ้ยยย แล้วแบบนี้จะรู้ได้ไงว่าที่เราทำมันถูก มันดีจริง?’ ก็คงบอกไม่ได้หรอกครับว่ามันถูกมากน้อยแค่ไหน แต่นี่ก็คือเสน่ห์ของ Startup ที่ทำให้เราได้ลองคิดลองทำอะไรใหม่ๆ ถ้าเราทำพลาดไปก็ให้รีบลุกขึ้นมาเก็บเป็นบทเรียน แต่เดินหน้าต่อไปและผมก็ยังมี Supervisor เพื่อนๆ พี่ๆ ที่คอยช่วยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือตลอดเวลา อย่างน้อยนี่ก็เป็นจุดหนึ่งครับที่ทำให้ตลอด 10 สัปดาห์นั้นผมรู้สึกที่อยากจะมาทำงานทุกๆ วันเลย เพราะมันเป็นมากกว่าการทำงานครับ สำหรับผมผมมองว่ามันคือ การเรียนรู้ และเติบโต”

4. “Priceless experience with executives”

“อันนี้ผมขอตั้งชื่อเท่ๆ นะครับ เพราะโดยส่วนตัวรู้สึกอบอุ่นอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะสภาพการทำงานที่นี่ รวมกับตัว Culture ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดกับตัวผู้บริหารอย่างมาก จนทำให้รู้สึกว่าโชคดีจริงๆ ทั้งจากคำแนะนำ จากโอกาสที่ทำให้เราได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น เพราะตัวผมเองจริงๆ ก็เป็นคนอยู่ไม่สุขหรอกครับ ชอบทำนู่นทำนี่ ถ้าทำเสร็จบางทีก็จะไปเดินคุยกับคนนู้นคนนี้ซึ่งพี่ๆ ในระดับผู้บริหารก็ได้ให้โอกาสดีๆ ในการไปเข้า Brainstorm กับโปรเจ็กต์อื่นๆ ทำให้ผมได้เรียนรู้ในโปรเจ็กต์นั้นมากขึ้น รวมถึงอีกหลายๆ ประสบการณ์ที่ได้ไปลอง เรียกได้ว่าครบครันในการฝึกงานนี้มากๆ มันทำให้ผมนึกถึงตัว Entrepreneurial skill อย่างมากเลยครับที่ทำให้เราได้เห็นมุมมองในการบริหารหรือทำงานหลายๆ อย่างเป็นมุมมองที่กว้างมากๆ แต่ที่สำคัญจริงๆ ผมคิดว่ามันคือการที่ทุกคนในที่นี้มีหลายๆ อย่างที่เหมือนกันทำให้เข้าใจกัน และใส่ใจกันอย่างมากๆ เลยครับ”

“คงจะมีน้อยมากที่คนในระดับ CEO ของบริษัทจะสละเวลามาพูดคุยให้คำแนะนำกับพวกเราตั้งแต่วันแรกของการเริ่มฝึกงานจนกระทั่งวันสุดท้ายที่ไม่ว่าระหว่างนั้นจะมีปัญหาหรือเรื่องงานต่างๆ ที่สำคัญๆ ก็สามารถไปถามขอคำปรึกษาได้เสมอ รวมถึงระดับผู้บริหารที่จะลงมาเป็นเหมือน Mentor ให้กับเราในโปรเจ็กต์นั้นๆ เพื่อทำให้เราได้รับแรงบรรดาลใจและมีเส้นทางในการทำงานที่ชัดเจนขึ้นต่อไป แต่ทั้งหมดก็ต้องเริ่มที่ตัวของเราเองนะครับ ว่าเราเป็นคนมีทัศนะคติมุมมองความคิดในการทำงานอย่างไร กล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างมั้ยและกล้าที่จะผลักดันตัวเองหรือไม่ ทั้งหมดตัวคุณเองคงเป็นคนตอบได้ครับ”

“นี่ก็คงจะเป็นสิ่งที่ตัวผมเองสามารถ Reflect ได้จาก Sea Explorer program นะครับหวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่กำลังสนใจฝึกงานอยู่ และหวังว่าคงจะได้พบในเส้นทางใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น สนุกสนาน ได้เจอเพื่อนๆ ใหม่ๆ และครอบครัวที่ดีนะครับ”